เล่นเกมส์ในมือถือ อย่างไรไม่ให้ติดเกม

 

สมัยนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ใครไม่มีมือถือแบบสมาร์ทโฟนถือว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยมาก และเรามักจะเห็นตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึวัยสูงอายุที่ใช้มือถือแบบสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือสื่อสาร หากเป็นวัยผู้ใหญ่สิ่งที่ทำมากที่สุดผ่านมือถือคือการแชทผ่านแอพพลิเคชั่นและการเล่นสื่อโซเชียลอื่น ๆ แต่สำหรับวัยเด็กและวัยรุ่น กิจกรรมอย่างหนึ่งคือการ เล่นเกมส์ในมือถือ เล่นพนันบอล ที่เรียกว่าบางคนซื้อมือถือรุ่นแพงเพื่อโหลดเกมมาเล่นเลยก็มี หากเป็นวัยที่สามารถแยกแยะออกก็จะไม่เกิดปัญหา แต่หากเป็นวันที่ยังไม่รู้จักการตัดสินใจการแยกแยะว่าการเล่นเกมมากเกินไปจะเป็นอย่างไรก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองได้จนกลายเป็นเด็กติดเกมซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยทุกวันนี้เช่นกัน

ผลกระทบของการติดเกม

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ติดเกมคือ เด็กเหล่านี้จะไม่สามรถแยกโลกของเกมและโลกของความเป็นจริงออกได้ว่าเป็นอย่างไร อารมณ์จะฉุนเฉียวง่าย เพราะด้วยลักษณะของเกมบางเกมที่ต้องใช้การต่อสู้ เด็กบางคนอาจจะรู้สึกอารมณ์ฉุนฉียวเมื่อต่อสู้ในเกมไม่ได้ หรือเรื่องของสมาธิที่นักวิจัยหลายคนได้วิจัยออกมาว่าเด็กติดเกมส่วนใหญ่จะมีสมาธิสั้น คิดอ่านไม่เหมือนเด็คนอื่น ๆ เรียกได้ว่าสิ่งนี้เป็นผลกระทบที่ร้ายแรงไม่น้อยที่เด็ก ๆ กำลังประสบปัญหา เพราะเกมที่มีให้เล่นในโลกออนไลน์นั้น ไม่ใช่เฉพาะเกมที่สร้างสรรค์เพียงอย่างเดียว หลาย ๆ เกมสื่อถึงความรุนแรงที่อาจจะส่งผลกระทบให้เด็ก ๆ มีความก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้ดีที่สุดคือการควบคุมการเล่นเกมของลูก ให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ทุกวันนี้หากสังเกตจะเห็นว่า เขามักจะติดเกมในมือถือกันมากขึ้น  

หากบริหารการเล่นเกมได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

เรื่องการเล่นเกมหากเราสามารถจำแนกและแบ่งเวลาได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ให้ความบันเทิงกับผู้เล่นได้ดี บางเกมจะเป็นเกมที่ช่วยส่งเสริมทักษะ เช่น เกมทำอาหารที่มีการใช้ภาษาอังกฤษ เล่นพนันบอล  หลายคนที่เข้ามาเล่นก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร หรือจะเป็นเกมกีฬาที่ช่วยเพิ่มสมาธิให้กับผู้เล่น และสำหรับเด็ก ๆ หรือคนที่รู้สึกว่าตัวเองอาจจะติดเกมหรือติดมือถือมากเกินไป ทางลือกที่ดีคือการรู้จักบริหารเวลา รู้จะที่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและวัยรุ่น หากพ่อแม่มีการจำกัดเวลาสำหรับเขา โอกาสในการติดเกมก็จะน้อยลง เช่น จำกัดให้เล่นเพียงวันละ 1 ชั่วโมง หรือก่อนเล่นเด็ก ๆ ก็จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับผู้ปกครอง หากเป็นเช่นนี้ปัญหาเรื่องการติดเกมก็จะน้อยลง